ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ (12) vs แมนเชสเตอร์ ซิตี้ (5)
ฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ
วันพุธที่ 26 กุมภาพันธ์ 2568
คิกออฟ เวลา 02.30 น.
สนาม : ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ สเตเดี้ยม
อัตราต่อรอง : แมนฯ ซิตี้ ต่อ 0.5
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์
สเปอร์ส อาจยังห่างไกลจากการมีทีมที่ฟิตสมบูรณ์อีกครั้ง แต่ อันเก้ ปอสเตโคกลู มีเพียง 5 คนที่รับประกันว่าจะไม่ได้ลงเล่นในเกมนี้ ได้แก่ ราดู ดรากูซิน (เอ็นไขว้เข่า), โดมินิค โซลันกี (หัวเข่า), ริชาร์ลิซอน (น่อง), คริสเตียน โรเมโร่ (ต้นขา) และ มิคกี้ ฟาน เดอ เฟน (ต้นขา) แต่ปัญหาแฮมสตริงของ ติโม แวร์เนอร์ มีแนวโน้มคลี่คลายลงได้ทันเวลาที่เขาจะได้ลงเล่นเกมเจอกับ ซิตี้ ซึ่งเขายิงประตูเดียวของฤดูกาลในเกมเขี่ย "เรือใบสีฟ้า" ตกรอบ คาราบาว คัพ ในขณะที่ เบน เดวิส ไม่อยู่ในทีมเผชิญหน้ากับ อิปสวิช จะได้รับการประเมินก่อนเกมคิกออฟ โดยเกมล่าสุด ปอสเตโคกลู ได้ลดบทบาท เจมส์ แมดดิสัน และ เปโดร ปอร์โร่ จาก11 ตัวจริง แต่ทั้งคู่ควรกลับมาทวงตำแหน่งตัวจริงอีกครั้ง ซึ่งการเลื่อนชั้นที่คาดหวังไว้ของรายแรกอาจส่งผลต่อตำแหน่งของ มาธีส แตล
แมนเชสเตอร์ ซิตี้
เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ไม่สามารถรับประกันได้ว่าอาการบาดเจ็บหัวเข่าของ เออร์ลิง ฮาแลนด์ จะหายทันเวลาสำหรับการดวลแข้งกับ สเปอร์ส ครั้งนี้หรือไม่ และการกลับมาลงสนามในเวลาห่างกันเพียง 3 วัน ทำให้เจ้าของรางวัลรองเท้าทองคำ 2 สมัยเกิดข้อสงสัยอย่างมากสำหรับการแข่งขันครั้งนี้ อย่างไรก็ตาม หาก ฮาแลนด์ ลงเล่นและทำประตูได้จริงๆ เขาจะกลายเป็นเพียงผู้เล่นคนที่ 2 ที่ทำประตูในบ้านได้ 10 ประตูและประตูเยือน 10 ประตูในพรีเมียร์ลีก 3 ฤดูกาลติดต่อกัน ตามรอยของ แฮร์รี่ เคน อดีตดาวยิง สเปอร์ส แต่ที่การันตีว่าจะพลาดแน่นอน คือ โรดรี้ (เอ็นไขว้เข่า), ออสการ์ บ็อบบ์ (ข้อเท้า), มานูเอล อาคานจิ (กล้ามเนื้อสะโพก) และ จอห์น สโตนส์ (ต้นขา) ขณะที่ เควิน เดอ บรอยน์ ที่ได้ลงเป็นตัวจริงเมื่อสุดสัปดาห์ แต่ตอนนี้เขาน่าจะถูกลดบทบาทจากทั้งปัญหาร่างกายและฟอร์มการเล่น
ผลงาน 6 นัดหลังของ สเปอร์ส (LWWLLW)
ชนะ เอลฟ์สบวร์ก 3-0 (ห) (ยูโรปา)
ชนะ เบรนท์ฟอร์ด 2-0 (ย)
แพ้ ลิเวอร์พูล 0-4 (ก) (ลีกคัพ)
แพ้ แอสตัน วิลล่า 1-2 (ย) (เอฟเอคัพ)
ชนะ แมนฯ ยูไนเต็ด 1-0 (ห)
ชนะ อิปสวิช 4-1 (ย)
ผลงาน 6 นัดหลังของ แมนฯ ซิตี้ (WLWLWL)
แพ้ อาร์เซน่อล 1-5 (ย)
ชนะ เลย์ตัน โอเรียนท์ 2-1 (ย) (เอฟเอคัพ)
แพ้ เรอัล มาดริด 2-3 (ห) (ยูซีแอล)
ชนะ นิวคาสเซิ่ล 4-0 (ห)
แพ้ เรอัล มาดริด 1-3 (ย) (ยูซีแอล)
แพ้ ลิเวอร์พูล 0-2 (ห)
ผลงานการพบกันของทั้งสองทีม
24/11/24 (PRL) Man.City 0 - 4 Spurs
31/10/24 (LEC) Spurs 2 - 1 Man.City
15/05/24 (PRL) Spurs 0 - 2 Man.City
27/01/24 (FAC) Spurs 0 - 1 Man.City
03/12/23 (PRL) Man.City 3 - 3 Spurs
05/02/23 (PRL) Spurs 1 - 0 Man.City
20/01/23 (PRL) Man.City 4 - 2 Spurs
ผู้เล่นที่คาดว่าจะได้ลงสนาม
สเปอร์ส (4-3-3) : กูเยลโม่ วิคาริโอ - เปโดร ปอร์โร่, เควิน ดานโซ่, เบน เดวิส, เจด สเปนซ์ - ป๊าป ซาร์, โรดริโก้ เบนทานกูร์, เจมส์ แมดดิสัน - เดยัน คูลูเซฟสกี้, เบรนแนน จอห์นสัน, ซอน เฮือง-มิน
แมนฯ ซิตี้ (4-2-3-1) : เอแดร์ซอน - ริโก้ ลูอิส, อับดูโคดีร์ คูซานอฟ, รูเบน ดิอาส, ยอสโก้ กวาร์ดิโอล - นิโก้ กอนซาเลซ, มาเตโอ โควาซิช - ซาวินโญ่, แบร์นาร์โด้ ซิลวา, เฌเรมี โดกู - โอมาร์ มาร์มูช
ผู้ตัดสิน : จาร์เร็ด กิลเล็ตต์
แนวโน้มของเกม
สเปอร์ส บุกไปเผารังเอติฮัด สเตเดี้ยม ยับเยินในเกมเมื่อเดือนพฤศจิกายน และได้ทำงานโดยมีเวลาพักมากกว่าทีมแชมป์เก่า 1 วัน พร้อมกับผลงานที่สวนทางกันชัดเจนจากเกมล่าสุด
อย่างไรก็ตาม แม้แต่ ซิตี้ ที่ไร้เงา เออร์ลิง ฮาแลนด์ ก็มีช่วงเวลาในการสร้างปัญหาให้กับแนวรับ ลิเวอร์พูล และด้วยความเคารพต่อกองหลังของ สเปอร์ส พวกเขาไม่มีผู้เล่นอย่าง เฟอร์กิล ฟาน ไดค์ หรือ อิบราฮิม่า โคนาเต้ ดังนั้น ทีมของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จึงสามารถกลับบ้านด้วยอย่างน้อย 1 แต้ม
ฟันธงโดย : I HEAR TOO
ท็อตแน่ม ฮ็อทสเปอร์ 2-2 แมนเชสเตอร์ ซิตี้
- วิเคราะห์บอล
-
- 21
- 26 Feb 2025 09:00